บางครั้งการเผชิญความเจ็บปวดในใ จ อาจหมายถึงการยอมรับว่ามีบางอย่ างในชีวิตได้ตายไปแล้ว ไม่ใช่แค่สูญเสีย.. แต่เป็นการสูญเสียถึงขั้นตายไปเ ลยทีเดียว ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการสู ญเสียทางกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสูญเสียความสัมพั นธ์ ความรัก ความฝัน ฯลฯ
การยอมรับว่าสิ่งนั้นได้ตายไปแล้ วจะทำให้ 2 สิ่งเกิดขึ้น คือ ความเจ็บปวดจะมีเสรีภาพออกมาได้ อย่างเต็มที่ และ ชีวิตใหม่ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจาก ความตายผ่านไป......
ภาพที่เห็นคือถ้าเราไม่ยอมรับว่ าความเจ็บนั้นหมายถึงบางสิ่งบาง อย่างได้ตายไป
ก็เหมือนกับว่าเรากำลังกอดศพคนที่ เรารักอยู่
ไม่ยอมรับว่าเขาตายไปแล้ว เราก็จะใช้ชืวิตโดยมีศพนี้อยู่กั บเราตลอดเวลา
ทำให้ชีวิตมีแต่ความเจ็บ
ความเศร้า ความหวังแบบลมๆแล้งๆ ความสับสนเป็นต้น แต่ถ้าเรายอมปล่อยมือให้เขาได้ถู กฝังไป เราก็สามารถให้ความเจ็บออกมาได้ เต็มที่ ช่วยหยุดความเหน็ดเหนื่อยจากคำโ กหกทั้งหลาย
มือของเราก็ว่างขึ้นที่จะกอดตัว เอง กอดคนอื่น
และมีพื้นที่ให้คนอื่นมารักเรา กอดเราได้ และสุดท้ายชีวิตพระคริสต์ในเราก็ จะเข้ามาแทนที่สิ่งที่ได้ตายไป
เพราะการตายไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่า ชีวิตของพระเยซูที่อยู่ใน เรา
ความเศร้า ความหวังแบบลมๆแล้งๆ ความสับสนเป็นต้น แต่ถ้าเรายอมปล่อยมือให้เขาได้ถู
ในพระคริสต์การตายไม่ใช่เป็นจุ ดจบของทุกอย่าง แต่เป็นการเริ่มต้นของชีวิตให ม่ที่ดีกว่าเดิมต่างหาก ที่ได้ประจักษ์ในพระเยซูผู้ไ ด้ผ่านไม้กางเขนสู่อุโมงค์ว่ างเปล่า
คำถามคือว่าในความเจ็บของเรานั้ นมีอะไรที่ควรต้องตายแต่เรายังก อดอยู่บ้างไหม......ถ้ามีขอเป็ นกำลังใจว่าอย่ากลัวที่จะปล่อยมื อและยอมรับว่าสิ่งนั้นตายไปแล้ว
ดังแบบแผนในพระคัมภีร์
:
ไม้กางเขน(ตาย) -> สามวัน -> อุโมงค์ว่างเปล่า(ชีวิตใหม่)
ไม้กางเขน(ตาย) -> สามวัน -> อุโมงค์ว่างเปล่า(ชีวิตใหม่)
เมล็ดต้องหล่นลงพื้นแล้วตายค่อย มีชีวิตใหม่เกิดขึ้น
" ถ้าเราได้มีส่วนร่วมกับพระองค์ในการตายเหมือนพระองค์ แน่นอนเราจะมีส่วนร่วมในการเป็น ขึ้นจากตายเหมือนพระองค์ "
โรม 6:5 TNCV




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น